แชร์

คุมโทนบ้านยังไงให้เหมือนจ้างอินทีเรีย? เคล็ดลับเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มือใหม่ต้องรู้

อัพเดทล่าสุด: 22 ม.ค. 2026
309 ผู้เข้าชม

เคยไหม? ตอนไปเดินดูเฟอร์นิเจอร์ที่โชว์รูม ชิ้นนั้นก็สวย ชิ้นนี้ก็ชอบ ซื้อโซฟามาตัวหนึ่ง ซื้อตู้มาอีกใบ แต่พอนำมาวางรวมกันในบ้าน กลับรู้สึกว่ามัน "ไม่ใช่" เหมือนต่างคนต่างอยู่ ดูไม่เข้ากัน และทำให้บ้านดูรกกว่าที่คิด

 

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเพราะคุณไม่มีรสนิยม แต่อาจจะเป็นเพราะขาดแบบแผนในการเลือกมากกว่า การแต่งบ้านให้สวยเหมือนภาพใน Pinterest ไม่ใช่แค่การซื้อของแพงมารวมกัน แต่มันคือเรื่องของการคุมโทน

วันนี้ Easyfitin มีเคล็ดลับง่ายๆ 3 ข้อ ที่จะช่วยให้คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้แม่นยำ ไม่หลุดธีม และทำให้บ้านดูสวยแพงขึ้นทันที

1. Golden Ratio ของการจัดสีสันภายในห้อง (60:30:10)

ก่อนที่จะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่างๆเข้ามาในห้องนั้น ต้องกำหนดโทนสีการแต่งบ้านให้มีความชัดเจนก่อน โดยอ้างอิงจากสัดส่วน 60:30:10 

60% สีหลัก : คือสีของพื้นที่ส่วนใหญ่ในห้อง เช่น ผนัง พื้น และ "เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่" (เช่น ตู้เสื้อผ้าบิ้วท์อิน หรือชั้นวางทีวี) แนะนำให้ใช้สีกลางๆ เช่น ขาว, ครีม, เทาอ่อน หรือลายไม้ธรรมชาติ เพื่อให้ห้องดูสบายตาและกว้างขวาง

30% สีรอง : คือสีที่เข้ามาช่วยเบรกไม่ให้ห้องดูจืดชืด มักจะอยู่ที่ ผ้าม่าน พรม หรือโซฟา โดยเลือกสีที่มีน้ำหนักเข้มขึ้นหรือแตกต่างจากสีหลักเล็กน้อย เช่น สีเทาเข้ม, สีไม้โอ๊ค หรือสีน้ำตาล

10% สีตัด : คือสีสันที่แสดงตัวตนของคุณ มักอยู่ที่ของตกแต่งชิ้นเล็ก เช่น หมอนอิง แจกัน ดอกไม้ หรือกรอบรูป สีส่วนนี้สามารถเปลี่ยนได้บ่อยๆ ตามเทศกาลหรืออารมณ์

Note : หากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ (60%) ของคุณ "คุมโทน" ได้ดีแล้ว ของตกแต่งชิ้นเล็กๆ จะวางยังไงก็สวย

2. เลือกจุดสนใจให้ถูกต้อง

ส่วนใหญ่ที่มักจะเข้าใจผิดในการแต่งบ้าน คือการพยายามทำให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น "เด่น" แต่ในความเป็นจริงแล้วในห้องหนึ่งควรจะมีจุดสนใจ เพียง 1-2 ชิ้นเท่านั้น เช่น โซฟาทรงสวยกลางห้องนั่งเล่น หรือโต๊ะกินข้าวหินอ่อนลวดลายสวยงาม

ส่วนเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เช่น ตู้เก็บของ ชั้นวางของ หรือตู้วางทีวี ควรทำหน้าที่เป็น "ตัวประกอบ" ที่ดี คือควรมีดีไซน์ที่เรียบง่าย หน้าบานเรียบกริบ หรือกลมกลืนไปกับผนัง เพื่อทำหน้าที่เป็น "ฉากหลัง" ที่ช่วยขับเน้นให้ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่โดดเด่นดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

3. วัสดุและรูปทรง ต้องไปทางเดียวกัน

สุดท้ายคือเรื่องของ "สไตล์"

  • ถ้าชอบ สไตล์โมเดิร์น (Modern): ให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีเส้นสายตรงไปตรงมา วัสดุผิวด้าน หรือกระจก เพื่อความเฉียบคม

  • ถ้าชอบ สไตล์ Japandi หรือ Minimal: ให้เน้นรูปทรงที่มีความโค้งมนเล็กน้อย วัสดุไม้สีอ่อน และผ้าบุผิวสัมผัสธรรมชาติ
 
การแต่งบ้านคือการลงทุนระยะยาว อย่ารีบตัดสินใจซื้อเพียงเพราะ "โปรโมชั่น" หรือ "ความชอบชั่ววูบ" ให้ถอยออกมามองภาพรวม วางแผนเรื่องสี และลำดับความสำคัญของเฟอร์นิเจอร์ให้ดี

หรือทางลัดที่ง่ายที่สุด คือการมองหา "Furniture Collection" ที่ดีไซเนอร์คิดมาให้แล้วว่าเข้ากันทั้งเซ็ต ทั้งเรื่องสีและสไตล์ ช่วยประหยัดเวลา และการันตีได้ว่าบ้านของคุณจะออกมาสวย "เป๊ะ" เหมือนมีอินทีเรียส่วนตัวมาทำให้แน่นอน
 
แต่ถ้าหากคุณยังคงคิดว่าการออกแบบหรือตกแต่งบ้านยังคงเป็นเรื่องยาก
EASYFITIN พร้อมให้คำปรึกษาก่อนตัดสินใจ ทำงานไวอย่างมืออาชีพ และมีบริการหลังการขายครบวงจร
มีทีมงาน Interior คอยให้คำแนะนำ พร้อมเนรมิตเฟอร์นิเจอร์ในฝัน
TEL : 092-297-1424
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เฟอร์นิเจอร์ยุคเก่าvsเฟอร์นิเจอร์ยุคใหม่
การสร้างบ้านในฝันให้สวยงามเหมือนใน Pinterest เดินเลือกซื้อของตกแต่งด้วยความตื่นเต้น แต่พอถึงวันที่ต้องลงมือตกแต่งภายในจริงๆ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ "มหากาพย์" ที่กินพลังงานชีวิตไปจนหมด และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรเลือกแต่งบ้านด้วย เฟอร์นิเจอร์ยุคใหม่จาก Easyfitin
22 ม.ค. 2026
ตู้เสื้อผ้า easyfitin
เคยไหมครับ? ซื้อตู้มาวางแล้วเหลือซอกหลืบเก็บฝุ่น หรือความสูงไม่ถึงเพดานทำให้เสียพื้นที่เก็บของด้านบนไปฟรีๆ นี่คือเหตุผลที่งาน Built-in เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแต่งบ้านยุคใหม่
28 พ.ย. 2025
ออกแบบ furniture ตามหลัก human standard
เคยไหม? ที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์สวยหรูมาวาง แต่กลับรู้สึกอึดอัดเวลาเดินผ่าน เคยไหม? ที่เคาน์เตอร์ครัวสูงเกินไปจนปวดหลัง หรือตู้เก็บของที่ลึกจนหยิบของไม่ถึง ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า "ความสวยงาม" เพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการอยู่อาศัย
23 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy